เสียงของผู้เขียนเกิดจากการตัดสินความสัมพันธ์ระหว่างแหล่ง ไม่ได้เกิดจากการใช้คำว่า I บ่อยขึ้น
เริ่มย่อหน้าด้วย synthesis claim
แทนการเริ่มด้วยชื่อผู้วิจัย ให้เริ่มด้วย pattern, tension หรือเงื่อนไขที่คุณมองเห็น แล้วใช้แหล่งเป็นหลักฐาน ข้อยกเว้น หรือคำอธิบาย ย่อหน้าจึงมีจุดหมายก่อน citation แรก
เทียบสิ่งที่เทียบกันได้
ผลต่างอาจมาจากนิยามตัวแปร sample, method หรือ context ระบุ dimension ที่ใช้เปรียบเทียบก่อนตัดสินว่าแหล่งขัดแย้งกันจริงหรือศึกษาเรื่องคนละแบบ การเทียบแบบไม่ควบคุมบริบทสร้างข้อสรุปเทียม
ใช้ reporting verbs อย่างแม่น
distinguish argues, reports, demonstrates, suggests และ assumes ตามสิ่งที่แหล่งทำ คำกริยาคือการประเมินสถานะของข้ออ้าง ไม่ใช่คำพ้องเพื่อหลีกซ้ำ ระวัง claims proves เมื่อ design รองรับเพียง association
วาง counterevidence ในโครงหลัก
อย่าเก็บงานที่ไม่เข้ากับ thesis ไว้ท้ายบท พิจารณาใกล้ claim ที่เกี่ยวข้อง แล้วอธิบายว่าจะ rebut, concede หรือ qualify การยอมจำกัดขอบเขตมักทำให้ข้ออ้างน่าเชื่อถือขึ้น
คุม citation density ด้วย analysis
citation หลายชิ้นในประโยคเดียวเหมาะเมื่อสนับสนุน pattern เดียวกัน แต่ถ้ามีวิธีหรือผลต่าง ควรแยกเพื่ออธิบาย อย่าวัด synthesis ด้วยจำนวนอ้างอิงต่อย่อหน้า ให้วัดว่าผู้อ่านเข้าใจความสัมพันธ์มากขึ้นหรือไม่
ตรวจเสียงของผู้เขียน
ขีดเส้นใต้ประโยคที่เป็นการตัดสินของคุณ เช่น การจัดกลุ่ม การให้น้ำหนัก และนัยต่อ question หากย่อหน้ามีแต่รายงานแหล่ง ให้เพิ่ม reasoning ไม่ใช่เพิ่มความเห็นส่วนตัวที่ไร้หลักฐาน
นำไปใช้ทันที
Source conversation map
- ระบุ synthesis claim
- จัดแหล่งตามบทบาท
- เทียบ method และ context
- ใส่ counterevidence
- สรุปนัยต่อ research question
แหล่งอ้างอิงและอ่านต่อ
ตรวจสอบลิงก์ล่าสุดได้ในหน้าไฟล์ต้นฉบับของสถาบันผู้ให้บริการ