คำถามวิจัยที่ดีทำหน้าที่ทั้งเลือกหลักฐานและบอกว่าอะไรไม่จำเป็นต่อกระดาษชิ้นนี้
แยก topic, problem และ question
topic คือพื้นที่สนใจ problem คือสิ่งที่ยังไม่ชัดหรือมีความขัดแย้ง ส่วน question กำหนดสิ่งที่จะตรวจสอบ ตัวอย่าง “social media” กว้างเกินไป ปัญหาอาจเป็นผลที่ไม่สอดคล้องต่อ political participation แล้วจึงถามภายใต้กลุ่มและบริบทเฉพาะ
กำหนดหน่วยวิเคราะห์และขอบเขต
ระบุว่าศึกษาบุคคล องค์กร ข้อความ หรือนโยบาย พร้อมช่วงเวลา สถานที่ และประชากร ขอบเขตไม่ได้มีไว้ทำให้หัวข้อเล็กเพียงอย่างเดียว แต่ทำให้เลือกวิธีและหลักฐานที่เหมาะได้
เลือกชนิดคำถามให้ตรงงาน
คำถาม descriptive ถามว่าอะไรเกิดขึ้น comparative ถามความต่าง explanatory ถามเหตุหรือกลไก และ evaluative ใช้เกณฑ์ตัดสิน Term paper ที่เน้น argument มักต้องไปไกลกว่ารวบรวมข้อเท็จจริง แต่ไม่ควรอ้างเหตุเชิงสาเหตุเกินชนิดหลักฐาน
ทำ feasibility test
ค้นเบื้องต้นว่ามีแหล่งคุณภาพเพียงพอ เข้าถึงได้ภายในเวลา และจำนวนคำรองรับความซับซ้อนหรือไม่ คำถามที่มีตัวแปรและบริบทมากเกินไปอาจตอบได้เพียงผิวเผิน ตัดหนึ่งมิติให้การวิเคราะห์ลึกขึ้น
เปลี่ยน question เป็น search concepts
แตกคำถามเป็นแนวคิดหลัก ทำ synonym และศัพท์สาขา ทดลอง search string แล้วดูว่าผลลัพธ์สะท้อนคำถามหรือไม่ หากค้นแล้วได้คนละวรรณกรรม อาจต้องปรับคำศัพท์หรือแนวคิด ไม่ใช่ยืนยันคำถามเดิม
อนุญาตให้คำถามพัฒนา
คำถามตั้งต้นเป็นสมมติฐานการทำงาน เมื่ออ่านมากขึ้น อาจพบกลไกใหม่ ข้อถกเถียง หรือข้อจำกัด ปรับคำถามและ thesis ให้ตรงสิ่งที่หลักฐานอนุญาต พร้อมบันทึกเหตุผลเพื่อรักษาขอบเขตไม่ให้ไหล
นำไปใช้ทันที
Research question test
- มีปัญหาที่ชัดหรือไม่
- ระบุหน่วยวิเคราะห์
- ขอบเขตเหมาะกับจำนวนคำ
- มีหลักฐานเข้าถึงได้
- คำถามเปิดพื้นที่ให้ argument
แหล่งอ้างอิงและอ่านต่อ
- Purdue OWL — Articulating a Research Agenda
- George Mason University Writing Center — Research Questions
ตรวจสอบลิงก์ล่าสุดได้ในหน้าไฟล์ต้นฉบับของสถาบันผู้ให้บริการ