Chicago style มีสองระบบที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง ต้องเลือกให้ถูกตามสาขา ผิดระบบทั้งชิ้นจะเสียคะแนนอย่างไม่จำเป็น
Chicago Style คืออะไร
Chicago style เป็นระบบการอ้างอิงของ Chicago Manual of Style (CMOS) ที่ใช้หลักในประวัติศาสตร์ และสาขาที่ต้องการเชิงอรรถหรือการอ้างแบบเลขหมาย
จุดเด่นของ Chicago คือมีความยืดหยุ่นและมีสองระบบย่อยให้เลือกใช้ตามงาน
สองระบบของ Chicago
| ระบบ | การอ้างในเนื้อหา | รายการอ้างอิง | ใช้กับ |
|---|---|---|---|
| Notes-Bibliography | เชิงอรรถ (footnote) | Bibliography | ประวัติศาสตร์ ศิลปะ มนุษยศาสตร์ |
| Author-Date | (ผู้แต่ง, ปี) | References | สังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ |
งานประวัติศาสตร์และมนุษยศาสตร์ส่วนใหญ่ใช้ระบบ Notes-Bibliography ส่วนสายสังคมใช้ Author-Date ซึ่งคล้าย APA
ระบบ Notes-Bibliography
การอ้างแต่ละครั้งใส่เลขหมายในเนื้อหา แล้วเขียนรายละเอียดเต็มใน footnote ด้านล่างหน้า เช่น ¹ Mary Smith, American Education (Chicago: University of Chicago Press, 2020), 12.
ครั้งต่อมาอ้างงานเดียวกันให้ย่อ เช่น Smith, American Education, 45 และนำทุกรายการไปรวมใน Bibliography ท้ายเล่ม
ระบบ Author-Date
คล้ายกับ APA ใช้การอ้างแบบ (Smith 2020, 12) ในเนื้อหา และรายการเต็มใน References ท้ายเล่ม
ใช้ในวารสารสายสังคมศาสตร์บางฉบับและงานวิจัยระดับบัณฑิตศึกษา ควรเช็คข้อกำหนดของวารสารหรือสถาบันก่อนใช้
วิธีเลือกระบบให้ถูก
ดูที่คำสั่งของรายวิชาหรือคู่มือสถาบันก่อน ถ้าไม่มีระบุ ให้ถามอาจารย์เพราะเลือกผิดระบบหมายถึงการแก้รูปแบบทั้งชิ้น
ในประวัติศาสตร์ หากโจทย์ไม่ได้ระบุ มักตั้งต้นที่ Notes-Bibliography ดูเพิ่มเรื่องการเลือก style ตามสาขาในบทความ APA กับ MLA ต่างกันอย่างไร ของคู่มือนี้
จุดที่คนมักพลาด
- ใช้ระบบสลับกันในงานเดียวกัน
- ลืมเลขหน้าใน footnote ครั้งแรก
- การย่อ footnote ครั้งต่อมาไม่ถูกต้อง
- สับสนระหว่าง Bibliography กับ Reference list
นำไปใช้ทันที
Checklist Chicago
- เลือกหนึ่งระบบและใช้ทั้งชิ้น
- footnote มีรายละเอียดครบครั้งแรก
- การย่อครั้งต่อมาถูกต้อง
- bibliography/references เรียงตามตัวอักษร
- รูปแบบตรงตาม CMOS
แหล่งอ้างอิงและอ่านต่อ
ตรวจสอบลิงก์ล่าสุดได้ในหน้าไฟล์ต้นฉบับของสถาบันผู้ให้บริการ