Peer-reviewed source คืองานที่ผ่านการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญในสาขาเดียวกันก่อนตีพิมพ์ เป็นเกณฑ์มาตรฐานที่วิชาอเมริกาใช้ตัดสินคุณภาพงาน
Peer-reviewed คืออะไร
บทความที่ peer-reviewed ผ่านการประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญในสาขาเดียวกัน (ผู้เขียนไม่เปิดเผยชื่อ) ก่อนตีพิมพ์ เพื่อตรวจสอบวิธีการและความถูกต้อง
วิชาในมหาวิทยาลัยอเมริกามักกำหนดให้ใช้ peer-reviewed sources เป็นหลัก โดยเฉพาะ research paper และ literature review
ค้นจากฐานข้อมูลห้องสมุด
เข้าฐานข้อมูลผ่านห้องสมุดสถาบัน เช่น JSTOR, EBSCOhost, ProQuest, PubMed หรือ Scopus ซึ่งมีตัวกรอง (filter) ว่า “peer-reviewed” หรือ “scholarly journals”
การค้นผ่านห้องสมุดสถาบันดีกว่าการค้นจากอินเทอร์เน็ตทั่วไป เพราะเข้าถึงบทความฉบับเต็มและมีข้อมูลบรรณานุกรมพร้อมใช้
ตรวจสอบด้วยตัวกรองในฐานข้อมูล
เมื่อค้นผลลัพธ์ ให้เปิดตัวกรอง peer-reviewed ก่อน และดูประเภทเอกสาร (article) ไม่ใช่ book review หรือ editorial
ระวังบทความบางชิ้นในวารสาร peer-reviewed ไม่ได้ผ่านการตรวจแบบเดียวกัน เช่น editorial มักไม่ใช่ peer-reviewed
การตรวจว่าวารสารเป็น peer-reviewed หรือไม่
- ค้นชื่อวารสารใน Ulrich’s Periodicals Directory หรือเว็บวารสาร
- ดูว่าเว็บวารสารระบุ “peer-reviewed” อย่างชัดเจน
- ตรวจสอบว่าในบทความมีกระบวนการ review ระบุไว้
ระวังวารสารหลอกลวง (predatory journals) ที่เก็บค่าตีพิมพ์แต่ไม่ตรวจคุณภาพจริง ดูตัวอย่างจากชื่อเสียงของสำนักพิมพ์และฐานข้อมูลดัชนีการอ้างอิง
Google Scholar และแหล่งเปิด
Google Scholar ค้นงานวิชาการได้สะดวก แต่ต้องตรวจว่าเอกสารนั้นตีพิมพ์ในวารสารที่ peer-reviewed หรือเป็น preprint งานประชุม หรือรายงาน
แหล่งอย่าง PubMed มีตัวกรองและลิงก์ไปยังวารสารจริง ควรเข้าถึงบทความฉบับเต็มผ่านห้องสมุดสถาบัน
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- อ้างจากเว็บฟรีที่ไม่ผ่านการตรวจทาน
- เปิดตัวกรอง peer-reviewed แต่ไม่ตรวจประเภทเอกสาร
- อ้าง preprint หรือ thesis โดยไม่ตรวจเงื่อนไขวิชา
- ใช้แหล่งทุติยภูมิโดยไม่ย้อนไปบทความต้นฉบับ
นำไปใช้ทันที
Checklist Peer-Reviewed
- ค้นผ่านฐานข้อมูลห้องสมุด
- เปิดตัวกรอง peer-reviewed
- ตรวจประเภทเอกสาร (article)
- ตรวจชื่อเสียงของวารสาร
- ใช้บทความฉบับเต็มจากแหล่งที่เชื่อถือได้
แหล่งอ้างอิงและอ่านต่อ
ตรวจสอบลิงก์ล่าสุดได้ในหน้าไฟล์ต้นฉบับของสถาบันผู้ให้บริการ