Sources · USA

Primary Source กับ Secondary Source ต่างกันอย่างไร

วิธีแยก primary source จาก secondary source พร้อมตัวอย่างในแต่ละสาขา และหลักการเลือกใช้ในการเขียนวิชาการ

การแยกแหล่งขั้นต้นออกจากแหล่งขั้นรองคือทักษะพื้นฐานของนักวิจัย เพราะงานวิชาการที่แข็งต้องตั้งอยู่บนหลักฐานดั้งเดิม

01

Primary Source คืออะไร

Primary source คือหลักฐานต้นฉบับที่เกิดจากเหตุการณ์หรือการวิจัยโดยตรง เช่น บันทึก เอกสารราชการ จดหมาย งานวิจัยเชิงประจักษ์ หรือข้อมูลดิบ

ตัวอย่าง: จดหมายของทหารในสงคราม บทความวิจัยที่รายงานการทดลองของตัวเอง หรือตัวเลขสำมะโนประชากร

02

Secondary Source คืออะไร

Secondary source คืองานที่วิเคราะห์ ตีความ หรือสรุปจาก primary source เช่น บทวิจารณ์ หนังสือประวัติศาสตร์ บทความ review และสารานุกรม

ตัวอย่าง: หนังสือที่วิเคราะห์จดหมายของทหาร หรือ meta-analysis ที่รวบรวมงานวิจัยหลายชิ้น

03

ตัวอย่างแยกตามสาขา

สาขาPrimarySecondary
ประวัติศาสตร์จดหมาย บันทึก ข่าวยุคนั้นหนังสือประวัติศาสตร์ บทความวิชาการ
วรรณกรรมนวนิยาย บทกวีเองบทวิเคราะห์วรรณกรรม
วิทยาศาสตร์บทความวิจัยการทดลองบทความ review การสรุปผลรวม
สังคมศาสตร์ข้อมูลสำรวจดิบ สถิติรายงานการวิเคราะห์ข้อมูล
04

ข้อควรระวังเรื่องการนับ

สิ่งที่ถือเป็น primary หรือ secondary ขึ้นอยู่กับคำถามวิจัย ตัวเลขสำมะโนเป็น secondary เมื่อใช้ในงานวิเคราะห์นโยบาย แต่เป็น primary เมื่อศึกษาเรื่องการเก็บข้อมูล

จึงต้องถามเสมอว่า “แหล่งนี้ให้หลักฐานดั้งเดิมของเรื่องที่ฉันศึกษาหรือไม่” มากกว่าจำแนกแบบตายตัว

05

เลือกใช้อย่างไรให้สมดุล

งานวิจัยที่ดีใช้ primary sources เป็นแกนของการวิเคราะห์ และใช้ secondary sources เพื่อขยายบริบท เปรียบเทียบมุมมอง และชี้ช่องว่างของความรู้

การอ้างแต่ secondary โดยไม่เห็นหลักฐานดั้งเดิมทำให้งานอ่อน และการอ้างแต่ primary โดยไม่มีบริบทก็ทำให้ขาดการเชื่อมกับงานสาขา ดูวิธีให้แหล่งข้อมูลสนทนากันในบทความ Research Paper: ให้แหล่งข้อมูลสนทนากัน (คู่มือกลาง)

06

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ใช้ secondary อ้างแทนการย้อนไปหา primary
  • จำแนกแหล่งแบบตายตัวโดยไม่ดูคำถามวิจัย
  • ไม่ระบุว่ากำลังใช้ primary หรือ secondary ในงาน
  • ใช้ secondary เป็นแกนโดยไม่มีหลักฐานดั้งเดิม

นำไปใช้ทันที

Checklist Sources

  1. ระบุว่าแต่ละแหล่งเป็น primary หรือ secondary
  2. primary เป็นแกนการวิเคราะห์
  3. secondary ใช้ขยายบริบท
  4. จำแนกตามคำถามวิจัยไม่ใช่แบบตายตัว
  5. อ้างอิงครบตาม style

แหล่งอ้างอิงและอ่านต่อ

  1. Library of Congress — Primary sources
  2. Purdue OWL — Research sources
  3. UNC Writing Center — Tips & tools

ตรวจสอบลิงก์ล่าสุดได้ในหน้าไฟล์ต้นฉบับของสถาบันผู้ให้บริการ

ปรึกษาเรื่องงานผ่าน Line @tfind